Our Success  
  “ น้องพลอย“ สมาชิกฟ้าใสที่เพิ่งได้เป็นแอร์โฮสเตสมือใหม่หัดเสริฟ สายการบินญี่ปุ่น  
 
 

ประวัติส่วนตัวนิดนึงนะคะ
สวัสดีค่ะ ชื่อพรสวรรค์ อยู่สุภาพ ชื่อเล่น พลอย จบปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) เกียรตินิยมอันดับ 1 จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษและนิติศาสตร์ค่ะ

เหตุผลที่อยากเป็นแอร์โฮสเตส - สจ๊วตล่ะคะ
จริงๆแล้วเมื่อก่อนอาชีพนี้ไม่ได้อยู่ในสารบบอาชีพที่ใฝ่ฝันในใจเลยค่ะ คิดว่าเราเลือกเรียนกฎหมายก็ต้องทำงานสายกฎหมายสายวิชาการถึงจะเหมาะ แต่ตอนเรียน พลอยรู้สึกว่านั่งเรียนเฉยๆมันน่าเบื่อ เลยชอบสมัครเข้าโครงการค่ายเยาวชนต่างๆ เวลารัฐบาลจัดการประชุมสัมมนาก็สมัครไปเพื่อช่วยงานนั้น การที่ได้ทำงาน ได้บริการ ได้ต้อนรับ ได้ไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นสิ่งที่ชาร์จพลังชีวิตเพื่อที่จะกลับมานั่งเรียนต่อได้อย่างมีความสุขค่ะ พอจบมาก็ทำงานแบบออฟฟิศด้วยคิดว่าพอทำงานแล้วก็คงหมดความสนใจกับงานเหล่านั้นไป แต่ไม่เลยค่ะ ยิ่งรู้ตัวเข้าไปใหญ่ว่าเราไม่เหมาะกับงานแบบนี้ซะแล้ว เลยเริ่มมองอาชีพที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ

หลังจากศึกษาข้อมูลพบว่าอาชีพนี้เหมาะกับบุคลิกพลอยที่สุดค่ะ เพราะเป็นอาชีพที่ท้าทาย หลายคนอาจคิดว่าก็แค่เดินไปๆมาๆ แล้วก็เสิร์ฟอาหาร แต่จริงๆแล้วเราต้องรักษาสภาพร่างกายให้ดีพอเพื่อสามารถทำงานบนเครื่องบินและทำงานแบบไม่เป็นเวลาได้ มีความรับผิดชอบพอที่จะดูแลชีวิตและความปลอดภัยของผู้โดยสาร มีสติดีพอที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดูแลบุคลิกภาพและฝึกคิดเชิงบวกเพื่อที่จะมอบความสะดวกสบาย ความประทับใจพร้อมทั้งรอยยิ้มแก่ผู้โดยสารได้ตลอดเวลา นอกจากนี้อาชีพแอร์ฯยังเปิดโอกาสให้เราได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ และพบปะผู้คนหลากหลายรูปแบบค่ะ

ทำไมถึงเลือกเรียนที่ฟ้าใส
ระหว่างที่หาข้อมูลก็เปิดเจอเว็บไซต์ของฟ้าใสค่ะ ชอบคอนเซปต์โรงเรียนที่ดูสบายๆ เดินทางสะดวก พอได้เปิดอ่าน page ของรุ่นพี่เก่าๆที่เขียนไว้พลอยก็รู้สึกว่าคงต้องเรียนเตรียมความพร้อมแล้วเพราะเราไม่มีข้อมูลอะไรเลย งานแบบนี้ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ก็เลยโทรมาที่โรงเรียน เจอพี่ส้ม ได้คุยกัน รู้สึกว่านี่แหละที่ที่เราต้องการ ขนาดพลอยยังไม่สมัครเรียนเลยแต่พี่ก็แนะนำให้ข้อมูลต่างๆแล้วค่ะ เลยบอกไปเลยว่าหนูจะเรียนนะคะ


สิ่งที่ได้รับจากการเรียนที่ฟ้าใส
สิ่งที่ได้รับก็คือความสำเร็จและมิตรภาพค่ะ พี่ๆที่ฟ้าใสมีทั้งข้อมูล สายการบินไหนเปิดก็จะ update กันตลอด ให้กำลังใจค่ะ ตกสัมภาษณ์มาก็จะปลอบใจไม่ให้เราท้อ ปรับทัศนคติใหม่ว่าที่ไม่ผ่าน ก็แค่เราไม่เหมาะกับสายการบินนั้น ไม่ใช่กับทุกสายการบิน มีการกระตุ้น ไม่มาเรียน มาสาย มีการโทรตาม และความเป็นมิตร ดูแลทุกขั้นตอน สอนในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เราคาดไม่ถึง(แต่ถ้าทำผิดก็มีผล) แม้ว่าเรียนจบไปแล้ว เมื่อมีข้อมูลใหม่ๆพี่ๆก็จะโทรเรียกมาฟื้นฟูวิทยายุทธ เตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์ทุกครั้ง ทำให้เกิดความพร้อมจริงๆ ค่ะ

ส่วนเรื่องมิตรภาพนั้น การมาเรียนที่นี่ทำให้ได้เจอรุ่นพี่ที่เราปรึกษาได้ตลอด ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องการสมัครเท่านั้น แต่เวลาทำงานแล้วเกิดปัญหา พี่ๆก็จะสอดแทรกการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานให้เสมอ ซึ่งนอกจากจะนำไปใช้ได้จริงเมื่อเราทำงานแล้ว ก็ยังมีประโยชน์ตอนสัมภาษณ์ด้วยนะคะ เราสามารถนำเหตุการณ์เหล่านั้นมายกตัวอย่างให้กรรมการเห็นภาพได้ค่ะ การที่เรารู้จักเพื่อนร่วมชั้นที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เวลาไปสัมภาษณ์ก็อุ่นใจว่าเรามีเพื่อนซึ่งคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันจากที่นี่ ผ่านเข้าไปแล้วก็มีเด็กฟ้าใสผ่านเข้าไปด้วยกันอีก ก็คุยกัน สนิทกันง่ายขึ้นค่ะ

ความประทับใจ
ประทับใจพี่ๆทุกคนค่ะ ทุกคนมีทัศนคติที่ดีและเอกลักษณ์แตกต่างกันไป เป็น idol ในแบบต่างๆได้เลยค่ะ พี่ส้มอารมณ์ดี เฮฮา และสามารถสนุกกับการแก้ปัญหา พี่ปู้ยิ้มแย้มสดใสเบิกบาน บุคลิกภาพดีได้ตลอดเวลา พี่เอ๋เรียบร้อย อ่อนหวาน พี่ปุ้มสอนให้เราหัดมองข้อดีของคนอื่นเพื่อนำมาปรับปรุงตัวเอง สังเกตได้เลยว่าเพื่อนๆใน class รวมทั้งตัวพลอยเองมีการปรับบุคลิกภาพเมื่อมาเรียนแล้ว

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ประทับใจเพราะว่าเป็นความโกลาหลตอนหนึ่งของชีวิต ก็ตอนสมัคร JAL ค่ะ คอร์สที่พลอยสมัครยังไม่เริ่มเรียนก็เลยไม่รู้ข้อมูล เข้าใจผิดว่าวันสัมภาษณ์คือวันที่บริษัทจะประกาศว่าเราต้องมาสัมภาษณ์วันไหน เลยนิ่งนอนใจว่าเปิดเรียนไปแล้วค่อยถามพี่ๆเรื่องเตรียมสัมภาษณ์ก็ได้ แต่พี่เมย์ไม่นิ่งนอนใจค่ะ ถามค่ะว่าน้องพลอยเตรียมสัมภาษณ์ไปถึงไหนแล้ว มีรูปรึยัง เอกสารพร้อมมั้ย จะใส่ชุดไหนไป เลยเพิ่งรู้ตัวตอนนั้นว่ามีเวลาอีกแค่ 3 วันในการเตรียมตัวสัมภาษณ์ แม่เจ้า ทีแรกกะจะไม่ไปค่ะ เอาไว้รอบหน้าก็ได้ แต่พี่ๆก็ช่วยกันมะรุมมะตุ้มจนทุกอย่างพร้อมสรรพ ทุกอย่างจริงๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหาร้านตัดชุดแบบด่วน เสื้อผ้าหน้าผม รองเท้า กระเป๋า สรุปข้อมูลที่ต้องรู้ แถมซ้อมสัมภาษณ์แบบเข้มข้นให้อีกต่างหาก จากที่ไม่รู้อะไรเลย พี่ๆที่ฟ้าใสทำให้เรามั่นใจในการไปสัมภาษณ์ได้จริงๆ ด้วยเวลาแค่ 3 วันเท่านั้นค่ะ (คำเตือน ! การเตรียมตัวสมัครจริงๆแล้วควรนานกว่านั้น โปรดอย่าเอากรณีพลอยเป็นเยี่ยงอย่าง เผอิญตอนสัมภาษณ์ดวงดี เจอคำถามค่อนข้างตอบง่ายและพลอยใช้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่มีมานิดๆหน่อยๆ พอจะเอาตัวรอดมาได้ค่ะ) ตอนผลออกก็รู้ผลแบบเร็วมั่กๆ (ทำได้ไง?) แล้วก็เรียกซ้อมสัมภาษณ์รอบสอง พอผ่านก็โทรมาบอกอีกว่าจะเตรียมตรวจร่างกายอย่างไร สอนกันถึงขั้นที่ว่าเมื่อผ่านเข้าไปได้แล้ว จะเป็น trainee ที่ดี อยู่รอดปลอดภัยจนผ่านเป็นแอร์ฯเต็มตัวได้อย่างไร เรียกได้ว่าดูแลทุกขั้นตอนจริงๆค่ะ

ประสบการณ์การสมัคร
สมัคร JAL เป็นที่แรกแล้วก็ได้เลยค่ะ สายการบินนี้กรรมการจะยิ้มแย้ม ท่าทางใจดี ออกจากห้องสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็จะสบายใจ กรรมการยิ้มให้เราแฮะ (แต่ผลออกมายังไงอีกเรื่องนึงนะ) รอบแรกเข้าไปทีละ 5 คน กรรมการ 3 ท่าน เป็น Group Discussion กับคำถามเดี่ยวคนละประมาณ 1-2 คำถาม ส่วนรอบ 2 เข้าไปครั้งละ 1 คน ต้องเข้าห้องสัมภาษณ์ 2 ห้องค่ะ ห้องแรกมีกรรมการ 3 ท่าน เป็น staff ของ JAL เจอคำถามประมาณ 6-7 คำถาม จากนั้นต้องอ่าน passage และตอบคำถามจาก passage ให้ได้ค่ะ ส่วนห้องที่ 2 นี่สัมภาษณ์กับท่าน CEO และผู้บริหารบริษัท เจอคำถามประมาณ 3-4 คำถาม สรุปก็คือสัมภาษณ์ 2 รอบ 3 ครั้งนั่นเอง เคล็ดลับที่ใช้ก็คือ ยิ้มมากๆ แล้วก็พูดภาษาญี่ปุ่นให้ได้บ้างค่ะ ส่วนรอบสุดท้ายที่เรียกว่าเป็นชะตาฟ้าลิขิตขนานแท้ก็คือตรวจร่างกายค่ะ ทางสายการบินจะ brief เราไว้เลยว่าทุกคนที่ผ่านสัมภาษณ์แล้ว หมายถึงทางสายการบินอยากรับหมด หากไม่ผ่านรอบนี้ แสดงว่าเป็นปัญหาเรื่องร่างกายไม่พร้อมจริงๆ เนื่องจากการทำงานบนเครื่องมีความเสี่ยงหลายอย่าง จำเป็นต้องตรวจร่างกายมิฉะนั้นจะเป็นอันตรายถึงชีวิต หากสายการบินไม่ชอบใจก็คงคัดออกไปตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายมากมายแล้วอ้างว่าร่างกายไม่พร้อม (ค่าตรวจร่างกายแต่ละคนก็แพงอยู่ค่ะ) ตรวจละเอียดมาก เก็บเลือดไป 4 หลอด (ไม่ใช่แค่หาเชื้อ HIV ธรรมดาๆ แล้วล่ะค่ะ) X-ray 3 ครั้ง ตรวจคลื่นหัวใจ การได้ยิน วัดความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ ตาบอดสี ค่าสายตา อุจจาระ ปัสสาวะ ต่อมต่างๆ ตา หู ลิ้นไก่ ตับไตไส้พุง ครบถ้วนกระบวนความจริงๆ

แต่ระหว่างรอผล JAL ก็ลองไปสมัคร Bangkok Air ค่ะ ตกรอบ Pre Screen อีกที่หนึ่งก็คือ RJ (Royal Jordanian) ผ่านรอบ Pre Screen มาได้แต่ตกสัมภาษณ์รอบแรก (T_T ) เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตกรอบไม่เป็นไร แต่ต้องรู้ให้ได้ว่าสายการบินไหนต้องการคนแบบเราค่ะ

ข้อเสนอแนะ(พร้อมปรับปรุงตัวค่ะ)
ห้องเรียน มาน หนาว ว ว ว … อ้ะ

สุดท้าย ท้ายสุด อยากฝากอะไรไว้ให้พี่ๆคิดถึงไม๊คะ
ขอบคุณมากๆสำหรับคำแนะนำ ติชม วิจารณ์ทุกอย่างค่ะ แม้ว่าพลอยจะได้เป็นแล้ว แต่ก็ยังจะมาเรียนจนจบคอร์สค่า ไม่ต้องกลัวคิดถึงเค้าน๊า ขาดคาบไหนก็จะมา make up แล้วก็จะแวะมาเยี่ยมเยียนเสมอค่ะ มีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกได้นะ ยินดีช่วยเหลือค่ะ

ขอบคุณและโชคดีนะคะ ....ฟ้าใส

 
 
 
 
 
Faahsai.com
School of language and airline business "We Fulfill Your Dream"
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย @2006 ฟ้าใส : โรงเรียนภาษาและธุรกิจการบิน